Wednesday, December 14, 2016

ประวัติของฉัน



                                                              ประวัติของตัวเอง


 ชื่อ.ด.ช.อัจฉริยะ      ทัศนา         อายุ 12 ปี

ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่ ดรุณาราชบุรี

อาชีพ นักฟุตบอล

ความฝันของผม   อยากเล่นให้กับทีมชาติไทยอยากรับใช้ชาติสักครั้งในชีวิตหรือไม่เเน่ก็เล่นไทยลีก  

                             อยากหาเงินนำไปเลี้ยงพ่อเเม่ตอบเเทนบุญคุณพ่อเเม่อยากจะทำให้พ่อเเม่ภูมิใจ

                             ในชีวิตนี้พ่อเเม่เสียเงินพลักดันสนับสนุนให้ผมเป็นนักฟุตบอลที่ดี

Wednesday, December 7, 2016

messiคนในฝัน







เลียวเนล อันเดรส "เลโอ" เมสซี กูซีตีนี (สเปน: Lionel Andrés "Leo" Messi Cuccitini[4] เสียงอ่าน: [ljoˈnel anˈdɾes ˈmesi]) เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 1987 เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นอยู่ในสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาและฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ในตำแหน่งกองหน้าหรือปีก เขายังถือสัญชาติสเปนอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลยุโรป เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในรุ่นของเขา[5][6][7] และมักถูกกล่าวถึงว่าเป็นผู้เล่นร่วมสมัยที่ดีที่สุดในโลก[8]


เมสซีได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปีเมื่อเขาอายุ 21 ปี และได้รับรางวัลในปี ค.ศ. 2009 (นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของทวีปยุโรปและรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของโลกแห่งปี ค.ศ. 2009)[8][9][10][11] และได้รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ค.ศ. 2010[12] ,2011 และ 2012 สไตล์การเล่นของเขาและความสามารถ มักถูกเปรียบเทียบเสมอเดียโก มาราโดนา ซึ่งพูดถึงเมสซีว่าเป็นผู้สืบทอดจากเขา[13][14]


เมสซีเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและบาร์เซโลนาก็ค้นพบแนวโน้มที่ดีของเขาอย่างรวดเร็ว เขาออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์ เมืองโรซารีโอ เมื่อปี ค.ศ. 2000 และย้ายพร้อมครอบครัวไปอยู่ยุโรป โดยบาร์เซโลนาเสนอในการรักษาภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตให้กับเมสซี เขาเปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาล 2004–05 โดยทำลายสถิติทีม โดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีก เกียรติประวัติในฤดูกาลแรกของเขาคือชนะการแข่งขันในลาลีกา และชนะครั้งที่ 2 ในลีก รวมถึงในแชมเปียนส์ลีก ในปี ค.ศ. 2006 ฤดูกาลแจ้งเกิดของเขาคือฤดูกาล 2006–07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว โดยทำแฮตทริกในเอลกลาซีโก จบฤดูกาลยิงประตู 14 ประตู ใน 26 เกมในลีก จากนั้นเมสซีก็ประสบความสำเร็จที่สุดในอาชีพของเขาในฤดูกาล 2008–09 ยิงประตู 38 ประตู เป็นส่วนสำคัญของทีมในการชนะ 3 รายการในฤดูกาลเดียว แต่แล้วสถิตินี้ก็ถูกบดบังไปในฤดูกาลถัดมา ฤดูกาล 2009–10 ที่เมสซียิงประตูไป 47 ประตูในทุกการแข่งขัน เทียบเท่าสถิติของโรนัลโดที่เคยทำให้กับบาร์เซโลนา แต่เขาก็ทำลายสถิตินี้ในฤดูกาล 2010–11 กับประตู 53 ประตูในทุกการแข่งขัน แต่สถิติการยิงประตูสูงสุดของเมสซี่เกิดขึ้นในฤดูกาลถัดมา คือฤดูกาล 2011-12 ซึ่งเขายิงประตูรวมในทุกการแข่งขันได้ถึง 82 ประตู [15] และในปี 2012 นี้ เมสซี่ยังสามารถทำลายสถิติยิงมากที่สุดใน 1 ปีปฏิทินของเกิร์ด มึลเลอร์ ซึ่งทำไว้ที่ 85 ประตูใน 1 ปีตั้งแต่ปี 1972 โดยเมสซี่ได้ทำสถิติใหม่ไว้สูงถึง 91 ประตู ใน 1 ปี ปฏิทินเลยทีเดียว [16]


เมสซีเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ชนะเลิศในลาลีกา 8 ครั้ง แชมเปียนส์ลีก 4 ครั้ง โดยยิงประตูได้ 2 ประตูในนัดตัดสิน ในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดทั้งในปี ค.ศ. 2009 และ 2011 โดยเป็น Man of the match ในปี 2011 ด้วย อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญกับทุกประตูในนัดชิงชนะเลิศปี 2015 กับยูเวนตุส เขาไม่ได้ลงสนามในนัดที่บาร์เซโลนาชนะอาร์เซนอลในปี ค.ศ. 2006 เนื่องจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็ได้รับเหรียญทองในฐานะผู้ชนะในการแข่งขัน


หลังจากยิง 12 ประตูในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2010–11 ทำให้เมสซีเป็นนักฟุตบอลที่ยิงประตูได้สูงสุดใน 1 ฤดูกาลเทียบเท่า รืด ฟัน นิสเติลโรย และยิงประตูรวมสูงสุดในแชมเปี้ยส์ลีกอันดับ 3 รองจากเกิร์ด มึลเลอร์และฌ็อง-ปีแยร์ ปาแป็ง เมสซี่ทำลายสถิติยิงสูงสุดใน 1 ฤดูกาลขึ้นครองสถิติคนเดียวในฤดูกาลถัดมา คือ 2011-12 ด้วยจำนวนประตู 14 ประตูใน 1 ฤดูกาล และนั่นทำให้เมสซีเป็นคนแรกที่ได้รับรางวัลผู้ทำประตูสูงสุดในแชมเปียนส์ลีก 4 ปีติดต่อกัน หลังจากที่แชมเปียนส์ลีกเปลี่ยนระบบการแข่งขันในปี ค.ศ. 1992[17] ในฤดูกาล 2014-15 เมสซี่สามารถทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดในแชมเปี้ยนส์ลีกของราอุล กอนซาเลซ ที่ทำไว้ 71 ประตูลงได้ และครองตำแหน่งดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของแชมเปี้ยส์ลีกร่วมกับคริสเตียโน โรนัลโด้หลังจบฤดูกาล 2014-15 ที่ 77 ประตู [18]


เมสซีนำทีมชาติอาร์เจนตินา ชุดเยาวชน U20 ชนะเลิศถ้วยฟุตบอลเยาวชนโลก หรือการแข่งขันยูทแชมเปียนชิป ปี 2005 โดยเป็นผู้ทำประตูสูงสุด กับ 6 ประตู รวมถึง 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ และได้รับรางวัลโกลเด้นบอลหรือผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นท์ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมชุดใหญ่ฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา และในปี ค.ศ. 2006 เขาเป็นนักฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินาที่อายุน้อยที่สุดที่เล่นในฟุตบอลโลก และได้ตำแหน่งรองชนะเลิศไปในโคปาอเมริกาในปี ถัดมา และในปี ค.ศ. 2008 ที่ปักกิ่งเขาได้รับเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ในนามของฟุตบอลทีมชาติอาร์เจนตินา ในปี 2014 เมสซี่นำทีมชาติอาร์เจนตินาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกกับทีมชาติเยอรมัน แต่แพ้ไป 1 ประตูต่อ 0 ในช่วงต่อเวลาอย่างน่าเสียดาย ได้เพียงแค่ตำแหน่งรองชนะเลิศ และในปี 2015 เขาก็พาทีมชาติอาร์เจนตินาเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศโคปาอเมริกา กับทีมชาติชิลี แต่เสมอกันทั้งในเวลาและช่วงต่อเวลา และที่สุดก็ต้องแพ้ดวลจุดโทษไปอย่างน่าเสียดายอีกเช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 รายการหลังนี้เมสซี่ได้รับรางวัลโกลเด้นบอลและผู้เล่นทรงคุณค่าของทัวร์นาเม้นท์


เนื้อหา

[ซ่อน]
1ชีวิตช่วงแรก
2ระดับอาชีพ
2.1บาร์เซโลนา
2.1.1ฤดูกาล 2005–06
2.1.2ฤดูกาล 2006–07
2.1.3ฤดูกาล 2007–08
2.1.4ฤดูกาล 2008–09
2.1.5ฤดูกาล 2009–10
2.1.6ฤดูกาล 2010–11
2.1.7ฤดูกาล 2011–12
2.1.8ฤดูกาล 2012-13
3การแข่งขันระดับทีมชาติ
3.1ฟุตบอลโลก 2006
3.2โคปาอเมริกา 2007
3.3โอลิมปิกฤดูร้อน 2008
3.4ฟุตบอลโลก 2010
3.5โคปาอเมริกา 2011
4ด้านอื่น
4.1ชีวิตส่วนตัว
4.2งานการกุศล
4.3สื่อ
5สถิติ
5.1สโมสร
5.2ทีมชาติ
5.3ประตูทีมชาติ
5.3.1ยู–20
5.3.2ยู–23
5.3.3รุ่นใหญ่
6รางวัล
6.1สโมสร
6.2อาร์เจนตินา
6.3เกียรติประวัติส่วนตัว
7ความสำเร็จ
8อ้างอิง
9แหล่งข้อมูลอื่น

ขอขอบคุณเว็บไซต์https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%A5_%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%8B%E0%B8%B5